Tag Archives: โช๊คอัพรถยนต์

โช้คอัพ

shock-absorber_โช้คอัพโช้คอัพ (Shock Absorber) เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำคัญที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ และยังทำหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตัวถังรถยนต์ เพื่อให้ล้อรถสัมผัสกับผิวถนนตลอดเวลาขณะรถวิ่ง โดยการควบคุมการยุบและการสั่นของสปริง หรือแหนบ โดยการเปลี่ยนการสั่นสะเทือน จากพลังงานกล เป็นพลังงานความร้อน

หน้าที่ของโช้คอัพ

  • ดูดซับการสั่นของสปริง ทำให้การเด้ง ขึ้น-ลง หรือการเต้นของตัวรถยนต์ ลดน้อยลง
  • ทำให้การสั่น หรือการเต้นของน้ำหนัก ที่สปริงไม่ได้รองรับ เช่น ล้อ เพลาล้อ ตัวห้ามล้อ ฯลฯ ลดน้อยลง

ประโยชน์ของโช้คอัพ

  • ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ทำให้เกิดความนิ่มนวลขณะขับขี่
  • ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ รถทรงตัวดี ลดการโคลงเคลงของตัวรถ
  • ความประหยัด ลดการสึกหรอของยาง ระบบรองรับและระบบบังคับเลี้ยว

ประเภทของโช้คอัพ

แบ่งตามสื่อการทำงานได้ 2 ระบบคือ

  1. โช้คอัพน้ำมัน ใช้น้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวทำงานให้เกิดความหนืดเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ทำงานน้ำมันไฮดรอลิคจะไหลผ่านวาล์วภายในลูกสูบจึงทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นภายในน้ำมันไฮดรอลิค ฟองอากาศของน้ำมันจะทำให้โช้คอัพทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะกับรถที่ต้องใช้ความเร็วสูง เพราะถ้าฟองอากาศแตกจะทำให้โช้คอัพเกิดการขาดช่วงการทำงานในช่วงสั้นๆ
  2. โช้คอัพแก็ส อาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแก๊สไนโตรเจน และน้ำมันไฮดรอลิค เมื่อโช้คอัพได้รับแรงสะเทือนจากพื้นถนน ลูกสูบของโช้คอัพจะเลื่อนตัวลงมาด้านล่างของกระบอกลูกสูบ ทำให้น้ำมันไฮดรอลิคที่บรรจุในกระบอกสูบ ไหลผ่านวาล์วขึ้นไปห้องน้ำมันด้านบน และน้ำมันอีกส่วนไหลผ่านวาล์ว ด้านล่างเข้าไปในห้องน้ำมันสำรอง ขณะเดียวกันน้ำมันในห้องน้ำมันสำรอง จะทำการอัดแก๊สไนโตรเจนให้เกิดแรงดัน เมื่อแก๊สมีแรงดัน ก็จะดันน้ำมันไฮโดรลิคที่อยู่ในห้องน้ำมันสำรอง กลับเข้าสู่กระบอกสูบดังเดิมโดยในขณะเดียวกัน แรงดันที่เกิดขึ้นก็จะทำให้ฟองอากาศแตกตัว

อาการที่แสดงว่าควรเปลี่ยนโช้คอัพ

  1. Check-Shock-Absorbers-Stepลองกดรถยนต์ด้านหน้าแล้วปล่อย ถ้ารถยนต์มีอาการเด้งขึ้นลงหลายๆครั้งแสดงว่าโช้คอัพเสื่อมสภาพแล้ว โช้คอัพที่ดีเมื่อออกแรงกดจะยุบตัว และคืนตัวเป็นระดับปกติทันทีโดยไม่มีการเด้งขึ้น ลงหลายครั้ง
  2. สังเกตรอยรั่วของน้ำมัน โดยตรวจเช็คบริเวณซีลโช้คอัพ ถ้ามีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนบริเวณแกนโช้คอัพ แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น
  3. ตัวโช้คอัพเกิดรอยบุบ มีการบิดเบี้ยวของกระบอกโช้ค หรือแกนโช้คมีอาการคดงอ
  4. บริเวณหน้ายางของรถยนต์สึกไม่สม่ำเสมอเป็นบั้ง ทั้งที่ตั้งศูนย์ล้อถูกต้องแล้ว
  5. หลังจากใช้งาน เมื่อจอดรถให้ใช้มือสอดเข้าไปสัมผัสกับกระบอกโช้คอัพทันที ถ้ากระบอกโช้คอัพมีความร้อน แสดงว่าโช้คอัพยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ถ้าสัมผัสแล้วกระบอกโช้คอัพมีอุณหภูมิปกติ แสดงว่าโช้คอัพไม่มีการทำงาน
  6. ขณะเริ่มออกตัวโดยใช้ความเร็วปกติ ถ้าหน้ารถเชิดขึ้น และขณะเบรกที่ความเร็วต่ำหน้ารถทิ่มลง แสดงว่าโช้คอัพเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว
  7. มีอาการกระเด้งกระดอนขึ้นลง เมื่อรถวิ่งผ่านเนินเล็กๆ หรือคอสะพาน ขณะขับขี่นั้นมีความรู้สึกว่ารถยนต์สั่นไม่นิ่มนวล
  8. เมื่อรถวิ่งความเร็วสูง (80กม./ชม.) เมื่อถูกลมปะทะด้านข้าง รถจะเสียการทรงตัวไปจากทิศเดิมมากผิดปกต

สาเหตุที่ทำให้โช้คอัพเสีย

  1. shock-absorber_โช้คอัพ-2การกระแทกอย่างรุนแรง เนื่องจากเมื่อโช้คอัพมีการแตกหรือรั่วซึม โช้คอัพจะไม่สามารถหน่วงการยืดหรือยุบตัวของสปริงได้เมื่อล้อบดทับบน ก้อนกรวดหรือตกหลุมสปริงจะมีการยุบ-ยืดตัว อย่างเต็มที่จนสุดระยะยุบ เป็นผลให้เกิดการกระแทกของชิ้นส่วน
  2. ควบคุมรถยาก เพราะโช้คอัพไม่สามารถควบคุมสปริงได้ ทำให้ช่วงล่างรถยนต์เต้นจนลอยจากพื้นถนน ถ้าเกิดในขณะที่ขับรถเข้าโค้ง แม้ว่าโช้คอัพจะเสียเพียงข้างเดียว ผลที่เกิดขึ้นก็จะทำให้สมดุลการทรงตัวของรถทั้งคันเสียไป เป็นเหตุให้การใช้รถไม่ปลอดภัย
  3. ยางสึกผิดปกติ เป็นอาการหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าเกิดการผิดปกติที่โช้คอัพได้เช่นกัน โดยการสึกจากโช้คอัพชำรุดยางจะมีลักษณะเป็นหลุม ๆ สึกเป็นช่วงๆ
  4. สปริงทรุด การขืนใช้โช้คอัพที่ชำรุดจะทำให้ช่วงล่างทั้งระบบเกิดการสึกหรอตามกันไป โดยเฉพาะสปริง เนื่องจากโช้คอัพไม่สามารถควบคุม ป้องกันการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติของสปริงได้

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อโช้คอัพ

  • นอกจากยี่ห้อ ราคา ประเภทของโช้คอัพแล้ว ยังต้องคำนึงถึง “ช่วงชัก” หรือระยะการยืด-ยุบของตัวโช้คอัพ สิ่งต่อมาที่ต้องคำนึงถึง คือลักษณะของ “หูโช้ค” เพราะอาจมีเหมือนกันที่ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้เพราะหูโช้คอัพคนละแบบกัน โดยหูโช้คอัพที่มีใช้กันอยู่จะมี 5 แบบ วิธีการที่ดีที่สุดคือการถอดเอาของเดิมไปเทียบ เพราะส่วนใหญ่แล้วหูโช้คอัพด้านบนกับด้านล่างจะไม่เหมือนกัน
  • โดยเฉพาะในช่วงล่างด้านหน้าของรถกระบะคือ “ความโตของกระบอกโช้คอัพ” เพราะรถกระบะส่วนใหญ่ใช้ช่วงล่างแบบปีกนกคู่ โช้คอัพมักจะเสียบอยู่ระหว่างกลางปีกนกบน ถ้าเลือกโช้คอัพที่กระบอกใหญ่เกินพอดี เวลาที่ปีกนกเคลื่อนที่ โช้คอัพจะเสียดสีหรือกระทบกระแทกกับปีกนก เป็นเหตุให้โช้คอัพทำงานไม่สมบูรณ์และชำรุดก่อนเวลาอันควร